ทันตกรรมเพื่อความสวยงาม

การเคลือบผิวฟันด้วยวัสดุเซรามิกสีเหมือนฟัน หรือที่เรียกกันว่า “ วีเนียร์ ” นั้น เป็นการติดแผ่นเซรามิกที่มีความบางและใสบริเวณผิวด้านหน้าของฟันเพื่อแก้ไข ปัญหาความผิดปกติของฟัน เช่นแก้ไขปัญหาฟันสีเทาที่เกิดจากสารเตตร้าไซคลีน ฟันที่ถูกทำลายเช่นฟันที่ผุด้านหน้า ฟันกร่อน ฟันสึก หรือแตกหัก เป็นต้น ให้มีสีและขนาดที่สวยงาม รวมทั้งเพิ่มความแข็งแรงและทนทานให้แก่ผิวฟันอีกด้วย ทั้งนี้คราบสีต่างๆ เช่นคราบอาหาร คราบบุหรี่ ชา และกาแฟ จะไม่สามารถติดบนวัสดุเซรามิกที่ใช้ในการเคลือบผิวฟันได้ ดังนั้นผู้เข้ารับบริการจึงไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องการติดคราบดังกล่าว

คุณประโยชน์ของการเคลือบผิวฟันวีเนียร์ (Veneer) มีดังนี้

  • มีความทนทานและยากต่อการติดคราบสีที่เกิดจากเครื่องดื่ม อาหาร และบุหรี่
  • ไม่สามารถผุได้เหมือนฟันธรรมชาติ
  • ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความสวยงามแก่ฟันและรอยยิ้มของผู้เข้ารับบริการ
  • วัสดุที่ใช้มีลักษณะและความใสเหมือนฟันตามธรรมชาติ
  • สามารถช่วยปิดช่องว่างระหว่างฟันในกรณีฟันห่าง
  • สามารถช่วยปรับแต่งรูปร่างของฟันให้มีความสวยงามขึ้น
  • ช่วยซ่อมแซมและปกป้องฟันที่สึกกร่อนและถูกทำลาย
  • สามารถปกปิดสีฟันที่ผิดปกติหรือไม่สวยได้

ประเภทของวัสดุที่ใช้ในการเคลือบผิวฟันวีเนียร์ (Veneer)

เป็นวัสดุที่ได้รับการพัฒนาใหม่ล่าสุด IPS Empress II System และ IPS Empress Esthetics จาก Ivoclar Vivadent ในการเคลือบผิวฟัน (veneers) และเลือกใช้ The opalescent IPS Empress II ซึ่งได้รับการพัฒนาด้านคุณภาพและความสวยงามด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดให้เป็น วัสดุพิเศษที่มีความใสเงางามช่วยในการเลียนแบบลักษณะและสีของเนื้อฟันแต่ละ ชั้น เพื่อให้ได้ veneer ที่มีลักษณะและความสวยงามเหมือนฟันตามธรรมชาติมากที่สุด

ขั้นตอนการรักษาด้วยการเคลือบผิวฟัน

1. ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยและการเตรียมฟัน

  • การฉีดยาชาบริเวณฟันซี่ที่จะกรอเพื่อการเคลือบผิวฟัน
  • การกรอแต่งฟันเพื่อการเคลือบผิวฟัน
  • การจดบันทึก สี ขนาด รูปร่างของฟันที่ต้องการในการเคลือบผิวฟัน
  • การพิมพ์ปากเพื่อทำแบบจำลอง
  • แบบจำลองและรายละเอียดทั้งหมดจะถูกส่งไปยังห้องแลบเพื่อการประดิษฐ์เซรามิกวีเนียร์
  • ทันตแพทย์จะทำการติดวีเนียร์แบบชั่วคราวให้แก่ผู้ป่วยสำหรับใช้งานระหว่างการรอ

2. ขั้นตอนการติดเซรามิกวีเนียร์

  • การรื้อวีเนียร์แบบชั่วคราวออก
  • การติดยึดเซรามิกวีเนียร์แบบถาวรบนผิวฟัน การตรวจเช็คและการปรับแต่งให้มีความเหมาะสมที่สุด

3. ขั้นตอนการดูแลรักษา

  • ทันตแพทย์จะให้คำแนะนำด้านการดูแลทำความสะอาดเพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนาน

ข้อปฏิบัติหลังการเข้ารับการเคลือบผิวฟันด้วยเซรามิกวีเนียร์

  1. หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารที่มีความแข็งภายใน 24 ชั่วโมงหลังการติดยึดวัสดุเคลือบผิวฟัน (วีเนียร์)
  2. สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดการบวมหรืออาการ ต่างๆได้โดยการบ้วนปากด้วยน้ำเกลือ ( เกลือ 1 ช้อนชา + น้ำอุ่น 1 แก้ว) อย่างน้อยวันละ 3 ครั้ง
  3. ควรดูแลความสะอาดบริเวณที่ติดวัสดุเคลือบผิวฟันเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการเกิดโรคเหงือก
  4. อาการเสียวฟันอาจเกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยบาง ท่าน โดยอาการดังกล่าวจะสามารถหายได้เองภายในเวลาไม่นาน ซึ่งถ้าเกิดอาการเสียวฟันผู้ป่วยควรปฏิบัติตนดังนี้
  • หลีกเลี่ยงการดื่มหรือรับประทานอาหารที่ร้อน เย็นหรือมีความเป็นกรดสูง เช่นน้ำมะนาวเป็นต้น
  • การรับประทานยาแก้ปวดสามารถช่วยลดอาการเสียวฟันได้ระดับหนึ่ง
  • ควรเลือกใช้ยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากที่มีสารฟลูออไรด์สูงซึ่งสามารถช่วยปัญหาการเสียวฟันได้
  • ควรทำความสะอาดอย่างถูกวิธี

วิธีการดูแลรักษาหลังเข้ารับการเคลือบผิวฟัน

  • ควรทำความสะอาดด้วยการแปรงฟันอย่างน้อยวัน ละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะบริเวณขอบเหงือกฟันซี่ที่ได้รับการเคลือบผิวฟันเพื่อหลีกเลี่ยง ปัญหาโรคเหงือก และการแปรงฟันหลังรับประทานอาหารเป็นการเริ่มวินัยที่ดีในการดูแลสุขภาพปาก และฟันซึ่งเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติอย่างยิ่ง
  • ควรทำความสะอาดด้วยไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 – 2 ครั้ง
  • ควรทำการบ้วนปากด้วยน้ำยาผสมฟลูออไรด์ก่อน นอนทุกวัน โดยทำกลั้วน้ำยาและอมไว้ในปากอย่างน้อย 1 นาที และไม่ควรดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารภายใน 30 นาทีหลังการบ้วนปาก
  • ควรให้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็งบริเวณฟันที่ได้รับการเคลือบผิวฟัน
  • ควรพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน

การอุดฟันแบบอินเลย์ และ ออนเลย์  นั้นมีความคล้ายคลึงกับการอุดฟันโดยทั่วไป แต่เนื้อที่ที่จำเป็นต้องได้รับการอุดมีขนาดใหญ่มากซึ่งไม่เหมาะสมกับวิธี การธรรมดา ดังนั้นทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ใช้วิธีการอุดแบบ อินเลย์ หรือ ออนเลย์  โดยการอุดฟันแบบ อินเลย์ เป็นการอุดฟันด้านในของบริเวณฟันด้านนั้น ในขณะที่การทำ ออนเลย์ จะมีวิธีการคล้ายคลึงกับการทำอินเลย์ เพียงแต่จะมีพื้นที่ในการอุดมากกว่าอินเลย์ โดยจะครอบคลุมหลายด้านและมุมของฟัน

 

 

 

 

คุณประโยชน์ของการบูรณะฟันด้วย อินเลย์ และ ออนเลย์

  • เพิ่่มความแข็งแรงให้แก่ฟันและมีความทนทานมากกว่าการอุดฟันแบบธรรมดา
  • เป็นอีกทางเลือกแทนการครอบฟันในกรณีที่ฟันมีปัญหาไม่มากนัก
  • วัสดุเซรามิกที่ใช้ในการทำอินเลย์ และ ออนเลย์  จะไม่มีการเปลี่ยนสีเนื่องจากอายุการใช้งานหรือคราบอาหาร
  • ให้ความสวยงามและดูเป็นธรรมชาติกว่าการอุดฟันด้วยอมัลกัม

ประเภทของ อินเลย์ และ ออนเลย์

อินเลย์ และ ออนเลย์  สามารถทำได้จากวัสดุต่างๆ เช่น เซรามิก ทอง และเรซิน โดย อินเลย์ และ ออนเลย์  ที่ทำจากเซรามิกจะให้ความใสและสวยงามเป็นธรรมชาติ ขณะที่การทำด้วยทองจะมีความแข็งแรงและทนทานสูง

1. อินเลย์ (Inlays) และ ออนเลย์ (Onlays) ที่ทำจากวัสดุทอง มีความแข็งแรงและทนทานสูง

imageimage

2. อินเลย์ (Inlays) และ ออนเลย์ (Onlays) ที่ทำจากเซรามิก ให้ความสวยงามเป็นธรรมชาติ

imageimage

3. อินเลย์ (Inlays) และ ออนเลย์ (Onlays) ที่ทำจากเรซิน เป็นที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากให้ความสวยงามเป็นธรรมชาติมากกว่า และมีความแข็งแรงมากกว่าประเภทที่ทำจากเซรามิก

imageimage

การรักษาด้วยการทำ อินเลย์ และ ออนเลย์

ขั้นตอนการรักษาด้วยการทำ อินเลย์ และ ออนเลย์

1.    ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยและการเตรียมฟัน

  • การฉีดยาชาบริเวณฟันซี่ที่จะรักษา
  • การกรอฟันให้มีรูปร่างที่เหมาะสม
  • การจดบันทึก สี ขนาด รูปร่างของฟันที่ต้องการ
  • การพิมพ์ปากเพื่อทำแบบจำลอง
  • แบบจำลองและรายละเอียดทั้งหมดจะถูกส่งไปยังห้องแลบเพื่อทำอินเลย์ และ ออนเลย์
  • ทันตแพทย์จะทำการอุดฟันแบบชั่วคราวให้แก่ผู้ป่วยสำหรับใช้งาน

2.    ขั้นตอนการติดอินเลย์ และ ออนเลย์

  • การรื้อวัสดุอุดแบบชั่วคราวออก
  • การติดยึดอินเลย์ และ ออนเลย์  บนฟัน การตรวจเช็คและการปรับแต่งให้มีความเหมาะสมที่สุด

3.    ขั้นตอนการดูแลรักษา

การทำ อินเลย์ หรือ ออนเลย์  นั้นมีความคล้ายคลึงกับการอุดฟันโดยทั่วไป เพียงแต่วัสดุที่ใช้ในการทำ อินเลย์ และ ออนเลย์  นั้นจะมีความแข็งแรงและทนทานมากกว่าวัสดุที่ใช้ในการอุดฟันและการรักษาด้วย วิธีนี้จะก่อให้เกิดอาการเสียวฟันได้น้อยมาก

การดูแลรักษาหลังการทำอินเลย์ หรือ ออนเลย์

•    ควรทำความสะอาดด้วยการแปรงฟันอย่างน้อยวัน ละ 2 ครั้ง การแปรงฟันหลังรับประทานอาหารเป็นการเริ่มวินัยที่ดีในการดูแลสุขภาพปากและ ฟันซึ่งเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติอย่างยิ่ง

  • ควรทำความสะอาดด้วยไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 – 2 ครั้ง
  • ควรทำการบ้วนปากด้วยน้ำยาผสมฟลูออไรด์ก่อน นอนทุกวัน โดยทำกลั้วน้ำยาและอมไว้ในปากอย่างน้อย 1 นาที และไม่ควรดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารภายใน 30 นาทีหลังการบ้วนปาก
  • ควรให้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็งบริเวณที่ได้รับการรักษา
  • ควรพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน
VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)

This post is also available in: อังกฤษ

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Powered by Facebook Comments